คำเตือน: เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการเท่านั้น ขอผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน แยกแยะได้ด้วยตนเองว่าเรื่องแต่งก็คือเรื่องแต่ง ไม่ใช่เรื่องจริงในชีวิต และไม่ใช่สิ่งที่ควรเฝ้าฝันว่าจะเกิดขึ้นจริง
Disclaimer: I'm not the owner of "Sailor Moon" or "Diabolik Lovers"
ความเดิมตอนที่แล้ว
"ฉันเอง"
"ชูซัง...?"
ยุยงงงันอยู่ชั่วครู่แล้วจึงเข้าใจ เธอค่อยๆส่งตัวเพื่อนสาวให้เขา ชูช้อนร่างอ่อนเปลี้ยขึ้นมาในวงแขนอย่างง่ายดาย มินาโกะปรือตามองเจ้าของวงแขนแวบหนึ่งแล้วจึงสอดส่ายสายตาไปยังชายหนุ่มผมเงินที่ยังคงจ้องมองเธออย่างไม่วางตา เธออ่านสายตาเขาไม่ออก แต่ตอนนี้เธอเองก็รู้สึกล้ามากเกินกว่าที่ร่างกายจะรับไหว พลันสติของเธอก็ดับวูบลง
"เธอ...สลบไปแล้ว" สิ้นเสียงของชู ดวงตาทุกคู่ก็พร้อมกันจับจ้องไปยังหญิงสาวในอ้อมแขนของเขา ทว่าสิ่งที่เขาทำมีเพียงเดินนำยุยออกไปจากห้อง
บทที่ 11 ช่วยเหลือ
ชูวางร่างอรชรลงบนเตียงอย่างนุ่มนวลที่สุดเท่าที่ทำได้ เขาจ้องมองเธอนิ่งอยู่ครู่หนึ่งแล้วหันไปหายุย
"ยุย..." เอ่ยขึ้นพลันหยุดพูดไปทั้งๆอย่างนั้น
ยุยมองเขาอยู่ชั่วครู่ พยายามเดาความคิด แล้วจึงตัดสินใจลองพูดสิ่งที่คิด
"ชูซัง ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวฉันดูแลเธอเองค่ะ"
ได้ยินดังนั้น ชูก็พยักหน้าและเดินออกจากห้องไป
ยุยหันกลับมาที่หญิงสาว เหงื่อยังคงผุดพราวเต็มใบหน้าขาวซีด เธอจึงรีบนำผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าและเช็ดตัวเพื่อนสาว
...จริงๆเธอไม่จำเป็นต้องทำขนาดนี้ก็ได้...
ยุยคิดพลางมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาซึ้งปนเศร้า
มินาโกะรู้สึกตัวขึ้นมากลางดึกด้วยความรู้สึกกระหายน้ำ แล้วก็ต้องแปลกใจว่าเพื่อนสาวของเธอไม่ได้นอนอยู่ข้างๆ เธอยันตัวขึ้นมา มองไปรอบๆก็ไร้วี่แววของสาวร่างเล็ก หญิงสาวค่อยๆลงจากเตียงและเดินไปเปิดไฟ เมื่อเดินไปตรงมุมห้องก็ต้องพบกับเหยือกน้ำว่างเปล่า
ช่วยไม่ได้ คงต้องไปที่ห้องครัวใหญ่สินะ
คิดพลางทอดถอนใจ เธอคว้าเสื้อคลุมของเรย์จิติดมาด้วยเผื่อเจอเขา
ระหว่างทาง มินาโกะเห็นประตูห้องหนึ่งแง้มอยู่และได้ยินเสียงแปลกๆ เธอลอบมองด้วยความสงสัยและเห็นว่าชายหนุ่มผมสีอำพันกำลังหมกมุ่นอยู่ตรงบริเวณต้นคอของ...
นั่นมัน...ยุย!?
หญิงสาวเปิดประตูผางทันที
"ชูซัง! นี่มันอะไรกัน ดื่มเลือดฉันไปแล้วยังไม่พออีกเหรอ"
"มินาโกะจัง! คือ...มันไม่ใช่..." ยังไม่ทันที่ยุยจะพูดจบ มินาโกะก็แทรกขึ้น ดวงตายังคงจับจ้องไปที่ชายหนุ่ม
"ถ้าสุดท้ายก็ทำแบบนี้ แล้วที่ฉันตัดสินใจช่วยยุยจังมันคืออะไร!? ฉันอุตส่าห์ยอมทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ เพียงเพื่อให้เธอมาเจอ..." หญิงสาวเว้นช่วง ดวงตาฉายแววโกรธขึ้ง "...แบบนี้ ซ้ำอีกครั้งน่ะนะ!?"
"มินาโกะจัง ฟังฉันก่อน ที่ชูซังเขาต้องมาดื่มเลือดฉันมันเพราะ..."
"ช่างมันเถอะ" หญิงสาวหันไปสบตาเพื่อนชั่วครู่ แล้วตวัดกลับมายังชายหนุ่ม "แย่ที่สุด!"
แล้วมินาโกะก็หุนหันพลันแล่นออกไปจากห้องโดยไม่เหลียวหลังกลับมาอีกเลย
ชูถอนหายใจอย่างหนักหน่วง
"ชูซัง ไม่เป็นไรนะคะ" ผู้ถูกเรียกโบกมือเล็กน้อยทำเป็นไม่ใสใจทั้งๆที่ความจริงแล้วข้างในใจนั้นแสนจะร้อนรุ่ม
"เดี๋ยวฉันจะไปอธิบายให้เธอฟังเอง ว่าคุณไม่ยอมดื่มเลือดจากเธอมาเต็มที่ มันเลยยังไม่พอ..."
"ช่างเถอะ" เขาเช็ดคราบเลือดที่ปากเล็กน้อย "ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น...ตอนนี้ฉันอิ่มแล้ว ขอบใจมาก"
ยุยพยักหน้า แล้วจึงเดินกลับไปที่ห้องด้วยหวังว่าจะอธิบายให้เพื่อนสาวเข้าใจ
มินาโกะเดินผ่านห้องๆหนึ่งซึ่งมีกลิ่นแปลกๆคล้ายกลิ่นยา แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักเพราะห้องครัวอยู่ข้างหน้าห่างไปไม่กี่เมตรเท่านั้น ทว่าเสียงทุ้มๆที่เรียกเธอจากข้างหลังแทบจะพร้อมๆกันกับเสียงประตูเปิดก็หยุดเธอไว้
"ไง"
หญิงสาวหันไปตามเสียงเรียก กลิ่นยาฉุนกึกโชยออกมาจากห้องนั้น เธอพบเรย์จิถือขวดแก้วขนาดจิ๋วในมือ
"เอ้อ" เธอนึกขึ้นได้แล้วจึงเดินเข้าไปหาเขาพร้อมยื่นเสื้อคลุมในมือคืนไป "ขอบคุณค่ะ"
หญิงสาวกลับหลังหัน
"จะรีบไปไหน" วงแขนแกร่งรั้งเอวบางจากข้างหลัง ยังผลให้ร่างบางแนบชิดแผงอกแกร่ง
"นาย!" เธอหันมาแว้ดใส่เขา
"นี่ฉันต้องมาปรุงยาทดแทนเลือดในส่วนที่มันไม่พอเชียวนะ" ผู้ฟังแหงนหน้ามองชายหนุ่มเบื้องหลัง สายตางงงันไม่ปิดบัง
"ฉันยังไม่อิ่มน่ะสิ" เขาก้มลงเลียที่ต้นคอขาวเนียน หญิงสาวสั่นสะท้าน
"หยุด..." เธอพูดอย่างยากลำบากเมื่อเขายังคงไล้เลียที่เดิม
"ฉันยอมทนดูดเลือดเธอแค่ประทังท้อง แค่นี้เธอให้ฉันไม่ได้หรือไง"
"นาย...อย่า...ได้โปรด" ชายหนุ่มเลื่อนใบหน้าขึ้นมาขบติ่งหูหญิงสาวแล้วจึงพูดข้างๆหู
"เรย์จิ" เขาเว้นช่วง และเมื่อเห็นว่าเธอยังคงเงียบจึงกล่าวต่อ "เรียกฉันสิ"
หญิงสาวยังไม่เข้าใจ ทว่าแขนของชายหนุ่มที่เคยอยู่ที่เอวเธอเลื่อนขึ้นมาชิดติดหน้าอกแล้ว
"หยุด...เอ่อ...ฉัน...ขอบคุณที่นายดื่มเลือดไปแค่นั้น...ปล่อยฉันเถอะนะ"
"เรียกชื่อฉันสิแล้วฉันจะปล่อยเธอไป"
หญิงสาวยังคงลังเล พลันมือของชายหนุ่มก็เลื่อนขึ้นมากอบกุมทรวงอกนุ่มและบีบเต็มฝ่ามือ
"หยุด!...หยุดเถอะ!...เรย์จิ...เรย์จิซัง!"
เธอรีบพูด
"เรย์จิเฉยๆพอ" เขาค่อยๆพรมจูบที่พวงแก้มแดงระเรื่อ
"...เรย์จิ..."
ชายหนุ่มคลี่ยิ้มบางอย่างพึงใจ ทว่าเขายังคงพรมจูบตามแก้ม ไล้ลงมาที่คอและหัวไหล่ มือของเขาก็ยังคงกอบกุมทรวงอกอวบอยู่เช่นเดิม
"นาย...ไหนบอกว่าจะหยุดไง!"
ชายหนุ่มไม่ตอบอะไร เขาคิดเพียงแค่ว่าขออยู่แบบนี้ต่อไปอีกสักนิด
นุ่มมาก...หอมจริงๆ
เขาก็ไม่ค่อยแน่ใจ ว่าเพราะเหตุอันใดหญิงสาวผู้นี้ถึงทำให้เขาแทบคลั่งได้ทุกครั้งที่เจอเธอ ทั้งๆที่การยุ่มย่ามกับเรือนร่างของมนุษย์ผู้หญิงนั้นไม่ใช่วิสัยปกติของเขาเลยแม้แต่น้อย
ทันใดนั้นร่างของหญิงสาวก็ถูกกระชากไปอีกทาง เรย์จิเงยหน้ามองและก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นน้องชายคนที่ไม่เคยสนใจอะไรเลยอยู่ตรงหน้า
"...ซูบารุ?" ดวงตาสีม่วงอมแดงแสนสวยภายใต้กรอบแว่นเจือแววสงสัยไม่ปิดบัง
แต่ชายหนุ่มผู้มาใหม่ทำเพียงดึงข้อมือของหญิงสาวไปทางห้องครัวใหญ่เท่านั้น
"ซูบารุ...เอ่อ...มาได้ยังไง" มินาโกะเอ่ยขึ้นเมื่อตอนนี้ทั้งสองอยู่ในห้องครัวแล้ว
ทว่า ชายหนุ่มกลับล็อคประตู และขังเธอไว้ในอ้อมแขนระหว่างตัวเขากับกำแพง แล้วจึงโน้มตัวลงมา
"เดี๋ยว! จะทำอะไรน่ะ" หญิงสาวดันแผงอกกำยำด้วยสองมือ แต่เขากลับไม่สะทกสะท้านสักนิด
ซูบารุจ้องมองเธอนิ่งครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ย
"ฉันมารับรางวัล"
หญิงสาวยังคงไม่เข้าใจ
"เมื่อกี้ฉันเพิ่งจะช่วยเธอไป"
...ช่วย?...
พลันคำพูดของพวกเขาในวันนั้นก็แวบเข้ามาในหัวเธอ
ฉันจะคอยช่วยเธอจากแวมไพร์ตนอื่น แลกกับบางสิ่ง
ช่วยฉัน?...แลกกับอะไร?
จูบ
พลันพวงแก้มของหญิงสาวก็มีเลือดฝาดขึ้นมาพร้อมๆกันกับที่ชีพจรเต้นแรงขึ้น
เดี๋ยวนะ...นี่ฉันจะยอมให้เขาจูบง่ายๆอย่างนี้เลยจริงๆน่ะหรือ?
เธอลอบมองใบหน้าหล่อเหลาคมคายตรงหน้า ดวงตาสีแดงสดจ้องมองเธอนิ่งไม่ไหวติงราวกับไม่รับรู้ถึงสรรพสิ่งใดๆรอบข้างเลย
เมื่อเห็นว่าพวงแก้มของหญิงสาวตรงหน้าเริ่มมีสีแดงระเรื่อ ชายหนุ่มก็รับรู้ได้ทันทีว่าเธอจำคำพูดของเขาได้แล้ว เขาค่อยๆโน้มตัวลงไปหาเธออีกครั้ง หญิงสาวหลับตาปี๋แต่ก็ไม่ขัดขืนอะไรทำให้ชายหนุ่มอมยิ้มออกมาอย่างเสียไม่ได้ เขาจะพยายามนุ่มนวลกับเธอให้มากที่สุด...ไม่ว่าเธอจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจ เขาก็ยังอยากให้เธอรู้สึกดีๆกับจูบของเขา
ริมฝีปากอุ่นหนาประกบเข้ากับหญิงสาว มินาโกะรู้สึกได้ถึงความอ่อนนุ่ม ทุกอย่างดูละมุนละไมไปหมด เธอรู้สึกได้ถึงลิ้นฉ่ำร้อนที่ค่อยๆไล้เลียริมฝีปากเธอราวกับกำลังกระตุ้นให้เปิดปาก เมื่อเธอยินยอม ชายหนุ่มก็ตอบรับคำเชื้อเชิญในทันที จูบของเขาช่างอ่อนหวานและน่าเคลิบเคลิ้มซะจนหัวของหญิงสาวขาวโพลนคิดอะไรอย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากหลงมัวเมาอยู่ในรสจูบนี้
จูบที่ดูดดื่มและวาบหวามยังคงดำเนินต่อไปสักพักใหญ่ๆ จนกระทั่งชายหนุ่มค่อยๆถอนริมฝีปากออก และพรมจูบลงที่พวงแก้ม ปลายคาง และไล้มายังต้นคอ พลันเลือดก็สูบฉีดแรงขึ้นมากะทันหัน เขาจ้องที่ต้นคอขาวนวลของหญิงสาวตาไม่กะพริบ ความรู้สึกกระหายจากข้างในแล่นมาจุกอยู่ที่คอ เขาค่อยๆง้างเขี้ยว และในวินาทีที่กำลังจะฝังลงไปนั้น
"ซูบารุ...?"
เสียงเรียกนั้นปลุกเขาจากภวังค์ เขาดันตัวเธอออกห่างทันที ดวงตาสีน้ำเงินสวยที่สบตาเขามองมาอย่างงงงวย ชายหนุ่มทำเพียงเสมองไปทางอื่นและปล่อยเธอไป เขาเดินไปที่ตู้เย็นและหยิบอะไรบางอย่างออกมาแล้วจึงยื่นมันให้เธอ
มินาโกะมองกล่องน้ำผลไม้แครนเบอร์รี่ 100% สองกล่องในมือเขาและรับมันมาอย่างงงๆ จากนั้นชายหนุ่มก็รีบเดินออกไปจากห้องโดยไม่หันกลับมาอีกเลย
...อะไรของเขา...
มินาโกะจ้องมองน้ำผลไม้กล่องในมืออีกครั้ง รอยยิ้มสวยหวานผุดขึ้นบนดวงหน้าสวย
ปึง!
ซูบารุทุบกำปั้นลงบนผนังห้องของตัวเองอย่างแรง
เมื่อกี้ฉันจะทำอะไร!?
เขาเอามืออีกข้างกุมขมับ ด้วยรู้แล้วว่าเมื่อครู่สติของตนเลือนหายไปชั่วขณะ เขาทุบผนังอีกครั้งจนเลือดซิบแต่ชายหนุ่มไม่สนใจ พลันร่างแกร่งก็ทรุดตัวลงนั่งหลังพิงฝามือกุมขมับ เขาคิดเพียงแค่ว่าช่วงนี้คงต้องอยู่ห่างๆหญิงสาวไว้ก่อน...
สำหรับมินาโกะแล้ว กว่าแต่ละวันจะผ่านไปช่างเนิ่นนาน นี่ก็เริ่มวันใหม่แล้วและวันนี้ก็ได้รับการแจ้งว่ามีการเรียนการสอน
"มินาโกะจัง จวนจะได้เวลาแล้วล่ะ ไปกันเถอะจ้ะ" ยุยเอ่ยชวนเพื่อนสาว
หลังจากที่มินาโกะและยุยเดินลงมายังโถงชั้นล่างไม่นาน เรย์จิก็เดินนำทุกคนออกไปขึ้นรถ...มินาโกะยังคงถูกขนาบซ้ายขวาด้วยเรย์จิกับชูเหมือนครั้งก่อน ต่างกันนิดหนึ่งตรงที่เธอรู้สึกราวกับว่าพวกเขานั่งเบียดเธอมากขึ้น
...คงจะคิดไปเองมั้ง?...
หลังจากที่มินาโกะมาถึงห้องเรียน เธอลอบมองซูบารุบ่อยครั้ง เพราะตั้งแต่เขามาถึงที่นี่ก็เอาแต่ฟุบอยู่บนโต๊ะท่าเดียว
เขาเป็นอะไรหรือเปล่านะ
ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะลุกไปถาม จู่ๆเธอก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาจากทางซ้ายมือ เธอชะโงกหน้าออกไปจากหน้าต่างข้างตัวและมองหาต้นตอทันที ทันใดนั้นเธอก็เห็นเงาของหญิงสาวคนหนึ่งวิ่งหนีไปจากจุดที่ชายผู้หนึ่งยืน...
อะไร?
เธอยืดตัวขึ้นเล็กน้อย
...นั่นมัน...
มินาโกะกระแทกตัวยืนขึ้นทันที
กรีดแขน!?
หญิงสาวอ้าปากค้างแล้วจึงพุ่งออกไปจากห้องเรียนคิดแต่เพียงว่าเธอต้องไปห้ามผู้ชายคนนั้นให้ได้
ในเวลาเพียงไม่นานเธอก็มาถึงตัวเขาจนได้ ชายหนุ่มร่างบางผู้มีผมสีเขียวหม่นอมเทา
คนคนนี้...เคยเห็นที่ไหนกันนะ? ไม่สิ ตอนนี้มีสิ่งที่สำคัญกว่า!
"นี่! หยุดนะ!" หญิงสาวพุ่งเข้าไปคว้าแขนชายหนุ่มข้างที่ถือคัตเตอร์ ดวงตาสีหม่นหันมาสบตาเธอโดยไม่พูดอะไร แล้วจึงหันกลับไปมองแขนของตนพร้อมกับเงื้อมือ มินาโกะยึดแขนของเขาไว้เต็มกำลัง
"โอ๊ย!" หญิงสาวปล่อยมือทันทีเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แล่นแปลบปลาบ...คัตเตอร์ในมือเขากรีดลงบนท้องแขนของหญิงสาวเป็นแนวยาวอย่างไม่ได้ตั้งใจ
อาซึสะหันไปมองทันที แล้วจึงเห็นเลือดซึมออกมาจากแขนเสื้อของหญิงสาวตรงหน้า
"เธอ..." เขาวางมือลงบนแผลนั้น เธอกระตุกด้วยความเจ็บปวดแล้วเลือดก็เริ่มซึมออกมา
"ถอดเร็ว" แม้จะได้ยินชัดเจน แต่หญิงสาวกลับไม่เข้าใจว่าเขาจะพูดแบบนี้ไปเพื่ออะไร เธอจึงได้แต่ยืนนิ่ง น้ำตาเริ่มรื้นที่ดวงตาด้วยความปวดแสบ แต่เธอก็กัดฟันทน
ทว่า ชายหนุ่มไม่รีรออีกต่อไป เขาฉีกกระชากแขนเสื้อนอกสีดำพร้อมๆกับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวของเธอออกไปอย่างแรง รอยถูกกรีดเป็นแนวยาวเผยให้เห็นแก่สายตาพร้อมๆกับเลือดที่ค่อยๆไหลรินออกมาจากบาดแผล ชายหนุ่มก้มหน้าลงไปดื่มเลือดจากรอยกรีดนั้นทันที หญิงสาวตัวสั่นด้วยความรู้สึกที่เลือดภายในกายของเธอกำลังแล่นมายังจุดเดียว แม้จะอยากทักท้วงที่จู่ๆเขาก็มาทำแบบนี้แต่กลับไม่มีเรี่ยวแรงเลยสักนิด...ในเวลาไม่นาน ชายหนุ่มก็เปลี่ยนจากการดูดเลือดมาเป็นการไล้เลียบริเวณรอยกรีดอยู่สักพักใหญ่ๆ เมื่อเห็นว่าแผลเริ่มสมานกันจึงค่อยๆละออกจากแขนบาง...
"แผล..." ชายหนุ่มตรงหน้าเอ่ยขึ้น "ประสานแล้ว" ได้ยินดังนั้น มินาโกะจึงก้มลงมอง
อ๊ะนี่มัน...เลือดหยุดแล้ว แถมแผลยังแทบมองไม่เห็นด้วย!?
หญิงสาวเงยหน้ามองเขาที่อยู่ในระดับสายตาพอดี
นี่เขา...ช่วยฉันไว้ใช่ไหม...?
"ขอบคุณนะ" เอ่ยพลางยิ้มเล็กๆให้เขา
"...ไม่..." เขาสบตาเธอแวบหนึ่งแล้วจึงเสมองไปทางอื่น
"ขอโทษ" กล่าวเสริมพลางไหล่ลู่ลงเล็กน้อย
เธอเข้าใจได้ทันทีว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ จึงฉีกยิ้มบางแล้วเอ่ย
"ไม่เป็นไรหรอก"
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงก้มหน้างุด เธอจึงย้ำ
"ฉันไม่เป็นไรจริงๆ เธอช่วยฉันไว้ไงล่ะ"
ขาดคำ ชายหนุ่มผู้มีแผลเป็นบริเวณใบหน้าก็มองสบตาเธอด้วยดวงตาเจือแววมืดมน
"ผม...ช่วยได้เหรอ"
"อื้ม ใช่จ้ะ"
ชายหนุ่มมองเธออย่างไม่เชื่อสายตาอยู่แวบหนึ่งแล้วจึงเสมองไปทางอื่น และชำเลืองกลับมาที่เธออีกครั้ง
"ผม...ช่วยเธอได้จริงๆนะ?"
"ใช่จ้ะ เธอช่วยฉันไว้จริงๆ ไม่งั้นฉันคงแย่"
มินาโกะคลี่ยิ้มให้เขาเป็นการให้ความมั่นใจ ไม่รู้เพราะเหตุใดชายตรงหน้าถึงเป็นคนที่ไม่มั่นใจขนาดนี้
หืม? ไม่มั่นใจงั้นเหรอ...แล้วทำไม...
"เดี๋ยวก่อนนะ แล้วทำไมเมื่อกี้เธอคิดจะกรีดแขนตัวเองล่ะ"
"ผม..." เขาเว้นช่วงแล้วมองไปยังที่ไกลๆ "จะว่ายังไงดีล่ะ...มันเหมือนเป็น...งานอดิเรกล่ะมั้ง"
"งานอดิเรก!?"
"ใช่...ใช่แล้ว" พูดพลางพยักหน้าหงึกหงัก "ความเจ็บปวด...มันทำให้ผมมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก"
มินาโกะอยู่ในอารามตกใจจนอ้าปากค้าง เธอเคยได้ยินคำว่ามาโซคิสต์มานานมากแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเจอคนประเภทนั้นตัวเป็นๆ
"เธอ...ทำอย่างนี้ไม่ได้นะ" หญิงสาวมองตรงไปยังชายหนุ่ม "เธอไม่ควรทำให้ตัวเองบาดเจ็บ"
พลันเธอก็สังเกตเห็นผ้าพันแพลและรอยแผลเหมือนถูกกรีดหรือถูกบาดอยู่ทั่วร่างส่วนที่โผล่พ้นเสื้อผ้ามา แล้วยังมีผ้าพันแผลที่พันรอบคอนั่นอีก
อะไรกัน...นี่ฉันเห็นแค่บางส่วนเองนะ ไม่อยากจะคิดเลยว่าทั่วทั้งตัวเขาจะเจ็บปวดแค่ไหน
น้ำตาเริ่มรื้นที่ดวงตาสีน้ำเงินคู่สวย เธอกุมมือเขาด้วยมือทั้งสองข้าง
"เธอ...อย่าทำแบบนี้เลยนะ"
คนคนนี้ ทั้งน่าเห็นใจทั้งน่าสงสาร
หญิงสาวคิดแล้วก็สงสัยขึ้นมา
"ทำไมเธอถึงทำแบบนี้"
"..." เขามองเธอนิ่ง "ก็ผม...มีความสุข"
"ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น" หญิงสาวบีบมือซีดเซียวแน่นเข้า "เพราะอะไรเธอถึงมาหาความสุขด้วยวิธีนี้"
"ผม...ไม่รู้"
"ใจเย็นๆ ลองคิดดูดีๆ ว่ามันเพราะอะไรกันแน่" เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำหน้าครุ่นคิดจริงจัง จึงเสริม "ค่อยๆนึกย้อนไปนะ ก่อนที่เธอจะเริ่มทำร้ายตัวเอง เธอเคยมีปัญหาอะไรหรือเปล่า"
"ผม...บางที" เขาเว้นช่วง ดวงตาสีหม่นจ้องมองเธอกลับ "ผมเหงา"
"เหงา?" ดวงหน้าสวยมีสีหน้างุนงงไม่ปิดบัง
"ผมมีพี่น้องอีก 3 คน แต่ผมไม่มีเพื่อนเลย"
"เพื่อนงั้นเหรอ..." เธอเงียบไปพักนึงแล้วจึงส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจให้ชายหนุ่ม "เอางี้นะ ฉันไอโนะ มินาโกะ ตั้งแต่วันนี้ไปเรามาเป็นเพื่อนกันนะ!"
ถึงจะดูง่ายไปสักหน่อยแต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรล่ะน่า!
สายตาชายหนุ่มมีแต่ความสับสน
"แล้วเธอล่ะชื่ออะไร" หญิงสาวถาม
"ผมเหรอ...อาซึสะ...มุคามิ อาซึสะ" ขาดคำก็ก้มหน้างุดด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ ด้วยความที่ไม่เคยมีเพื่อนมาก่อนเลย แถมเพื่อนคนแรกยังเป็นผู้หญิงที่สวยและสว่างจ้าราวกับดวงอาทิตย์ขนาดนี้
"อาซึสะคุง ตั้งแต่วันนี้เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ"
"เอ่อ...ง่ายๆอย่างนี้เลยเหรอ"
...นั่น...
"ใช่สิ!" เธอส่งยิ้มให้ความมั่นใจโดยไม่สนใจความจริงที่ว่าทั้งสองดูเป็นเพื่อนกันง่ายแค่ไหน แล้วจึงเอ่ยต่อ "แล้วต่อจากนี้ไปเธอห้ามทำร้ายตัวเองอีกเด็ดขาด สัญญานะ"
"..."
"สัญญากับเพื่อนคนนี้ สัญญากับฉันนะ ว่าต่อไปจะไม่ทำร้ายตัวเองอีก" เธอกล่าวย้ำ "ถ้าเธอเหงา ติดต่อฉันได้ทันทีเลยที่เบอร์...เอ่อ..." เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่ได้มีมือถือติดตัวอีกต่อไปแล้ว มันน่าจะตกหล่นไปตั้งแต่ก่อนเธอหลุดมาอยู่ที่นี่
"เอาเป็นว่า ทุกครั้งที่มาโรงเรียน ถ้าเธออยากเจอฉันเมื่อไหร่ ก่อนเข้าเรียนก็มารออยู่ตรงนี้นะ ฉันจะคอยมองจากหน้าต่างเอง"
เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวเห็นใบหน้าซีดเซียวกระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยอย่างเหนียมอาย
เมื่อตกปากรับคำเรียบร้อย หญิงสาวก็ขอตัวกลับห้องเรียนไป...
อาซึสะก้มลงมองที่มือของตน
ความรู้สึกอุ่นๆนี้มันคืออะไรกันนะ...ยังไม่จางไปสักที
เขาคิดถึงเหตุการณ์ที่หญิงสาวกุมมือเขาไว้แน่นพลางจดจำใบหน้าสวยสดใสของเพื่อนใหม่คนนี้เอาไว้ในใจ
A/N: ในตอนนี้ ถ้าผู้อ่านรู้สึกวาบหวามสักนิด ผู้เขียนก็จะดีใจมากๆเลยค่ะ ^^ (ปล.ไม่นึกว่าอาซึสะจะมีภาพฉากกรีดแขนจริงๆ...มันตรงเป๊ะกับความมโนมากๆเลยนำภาพนี้มาใส่ซะเลย!)
