คำเตือน: เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการเท่านั้น ขอผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน แยกแยะได้ด้วยตนเองว่าเรื่องแต่งก็คือเรื่องแต่ง ไม่ใช่เรื่องจริงในชีวิต และไม่ใช่สิ่งที่ควรเฝ้าฝันว่าจะเกิดขึ้นจริง
Disclaimer: I'm not the owner of "Sailor Moon" or "Diabolik Lovers"
ความเดิมตอนที่แล้ว
"ปล่อยฉัน...ทีเถอะ..."
ดวงตาสีน้ำเงินเบิกโพลงแล้วจึงรีบวิ่งเข้าไปข้างในอย่างตื่นตระหนก เพราะเสียงที่เธอได้ยินนั้น...ไม่ได้มาจากคนเพียงคนเดียว!?
เพียงไม่นาน แสงจากเชิงเทียนในมือก็ส่องให้เห็นภาพเหตุการณ์เบื้องหน้า...พลันมือข้างที่ว่างก็เลื่อนขึ้นมาปิดปากตัวเองโดยไม่ทันรู้ตัว ลมหายใจของเธอติดขัด
นี่มัน...อะไรกัน
ภาพที่อยู่ตรงหน้านั้นคือผู้หญิงมากหน้าหลายตานั่งโอดครวญอยู่ในกรงเหล็ก บ้างก็นอนคู้ตัว บ้างก็นั่งหลบมุม บ้างก็นอนร้องไห้...พลันอารามตกใจก็เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณเมื่อสังเกตเห็นว่าข้อมือบางของหญิงสาวเหล่านั้นมีโซ่ล่ามไว้กับกรงและทั้งหมดนั้นอยู่ในสภาพเปลือย!?
บทที่ 20 ลูกครึ่ง
มินาโกะตะลึงงันกับภาพที่เห็น เธอไม่อยากจะเชื่อว่าในมุมมืดของถ้ำเช่นนี้จะมีกลุ่มหญิงสาวที่ดูราวกับถูกกระทำชำเรามานับครั้งไม่ถ้วนรวมตัวอยู่ที่นี่
หญิงสาวผู้หนึ่งสังเกตเห็นมินาโกะ เธอคลานเข้ามาอย่างไร้เรี่ยวแรง สายตาหม่นหมองนั้นปรือขึ้นมองผู้มาใหม่ แล้วจึงยื่นมืออันสั่นเทาออกมาระหว่างซี่กรง โซ่ที่ครูดไปกับพื้นนั้นส่งเสียงเล็กน้อย
"ช่วย...ด้วย" เสียงนั้นแผ่วเบาจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ
มินาโกะมองเธออย่างใจสลาย หญิงสาวผู้นี้น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ แต่สภาพร่างกายนั้นกลับบอบช้ำจนแทบทนดูไม่ได้...ไม่ต้องคิดเลยว่าสภาพจิตใจจะพังทลายขนาดไหน...มินาโกะค่อยๆคุกเข่าและวางเชิงเทียนลงข้างตัว เธอใช้สองมือโอบอุ้มมือที่ยื่นมาหาอย่างแผ่วเบา พลางสัมผัสได้ทันทีว่ามือเล็กๆนั้นช่างแห้งกร้านเนื่องจากขาดการดูแลมาเป็นเวลานาน ดวงตาสีน้ำเงินสวยเริ่มมีน้ำใสๆคลอหน่วย เมื่อเห็นว่าข้อมือของอีกฝ่ายที่ถูกล่ามโซ่ไว้นั้นมีบาดแผลช้ำเลือดช้ำหนองมากแค่ไหน...และเมื่อไล่สายตาพินิจดูอย่างละเอียด ตามลำตัวของหญิงสาวผู้นี้ยังมีรอยเลือดที่แห้งเกรอะกรังอยู่ทั่วร่างพอๆกันกับรอยสะเก็ดเลือด
ทำไม
มินาโกะมองคนตรงหน้าอย่างเจ็บปวด
ทำไมเธอถึงโดนทำขนาดนี้
คิดแล้วจึงกระชับมือบางเข้าเล็กน้อย...แม้ว่าเธออาจไม่สามารถรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่แท้จริงของหญิงสาวผู้นี้ แต่สิ่งที่เธอเห็นชัดเจนคือความรวดร้าวจากแววตาตรงหน้า...
"อา..."
นั่นมันเสียงอะไร!?
มินาโกะค่อยๆคลายมือออกและหันไปมองหาต้นเสียง
"อ๊า!"
คราวนี้เป็นเสียงแหลมสูงราวกับหวีดร้องก็ไม่ปาน ด้วยอารามตกใจ หญิงสาวคว้าเชิงเทียนและรีบวิ่งไปทางตรงข้ามที่คาดว่าเป็นที่มาของเสียงโดยภาวนาเอาไว้ในใจว่าอย่าให้พบเจออะไรที่ร้ายแรงกว่านี้เลย...เพียงไม่กี่อึดใจ แสงเทียนสลัวก็ส่องให้เห็นภาพอันไม่น่าอภิรมย์อีกภาพ
หญิงสาวอ้าปากค้าง ตรงหน้าเธอมีกรงเหล็กอีกกรงที่เหมือนกันกับกรงก่อนหน้า ทว่า...เหล่าหญิงสาวที่อยู่ในที่นี้นั้นต่างกำลังสมสู่กับหมาป่า! และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือพวกเธอทั้งหมดดูมีความสุขจนแทบคลั่ง!
มินาโกะได้แต่ชะงักค้างอยู่ตรงนั้น พลันหมาป่าตัวหนึ่งก็สังเกตเห็นเธอ มันถลาออกมาจากคู่ของมันและกระโจนมาทางเธอทันที กรงเล็บแหลมคมปะทะกับลูกกรงเหล็กอย่างแรงจนเกิดเสียงสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ หญิงสาวเผลอปล่อยเชิงเทียนหลุดมือจนไฟดับลง ทุกอย่างมืดสนิทมีเพียงเสียงครวญอย่างกระเส่าจากบริเวณใกล้ๆนี้และเสียงโอดครวญอย่างน่าสงสารจากอีกทาง
นี่มัน...เกิดบ้าอะไรกัน!?
เธอคิดจะย้อนกลับไปหาสาวๆอีกกลุ่มโดยกำหนดทิศทางให้มั่นใจแล้วค่อยๆเดินไปท่ามกลางความมืด
ฉันต้องช่วยผู้หญิงพวกนี้
ทว่ายังเดินไปไม่ทันไร จู่ๆเอวบางก็ถูกคว้าไว้และโดนกระชากอย่างแรงไปอีกทางพร้อมๆกับเสียงกระพือปีกและลมกระโชกที่เกิดขึ้นฉับพลัน สัมผัสอุ่นร้อนจากลำแขนแกร่งนั้นทำให้หญิงสาวตระหนักได้ทันทีว่าเขาคือปีศาจหนุ่ม
"ดูจนพอใจแล้วใช่ไหม" เสียงนั้นกระซิบอยู่ข้างหูพร้อมๆกับลมหายใจร้อนผ่าวที่เรี่ยพวงแก้มนวล
หญิงสาวไม่ได้ตอบอะไรเพราะมัวแต่คิดถึงภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งพานพบมา...
เพียงไม่กี่นาที ทั้งสองก็มาถึงบริเวณหน้าห้อง เขาเหวี่ยงเธอไปยังเตียงหินอีกครั้ง
"โอ๊ย!"
เธอคลำที่สะโพกอย่างเสียมิได้เพราะเมื่อโดนซ้ำที่เดิมถึงสองครั้งก็เริ่มรู้สึกเจ็บขึ้นมาจริงๆซะแล้ว หญิงสาวมองสบดวงตาสีดำขลับตรงหน้าด้วยแววตาขุ่นเคือง
"นายทำอะไรพวกเธอ"
ปีศาจหนุ่มยังคงนิ่ง
"นายมันโหดเหี้ยม...อำมหิตที่สุด"
เธอคิดถึงหญิงสาวกลุ่มแรกที่แทบจะแหลกสลายคาพื้น แววตาอิดโรยเหล่านั้นและท่าทางไร้ชีวิตจิตใจของพวกเธอ...แม้จะยังหายใจอยู่ แต่นั่นก็เหมือนกับตายทั้งเป็น!
"นายมัน...ปีศาจ!"
ขาดคำปีศาจหนุ่มก็กระตุกยิ้มมุมปาก เขามองเธอด้วยแววตาสีดำคมปลาบนั้นนิ่งแล้วจึงเอื้อยเอ่ย
"พูดอย่างนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียว...ลูกครึ่งต่างหาก"
นัยน์ตาสีน้ำเงินที่จ้องไปยังเขานั้นส่อแววไม่เข้าใจ
"ครึ่งหมาป่าครึ่งอินคิวบัส"
"...อินคิวบัส..." เรียวปากบางเอ่ยแผ่วเบาราวกับกำลังทวนคำกับตัวเอง
เคยได้ยินชื่อนี้ที่ไหนนะ
คิดพลางขบริมฝีปากเล็กน้อย คิ้วขมวดมุ่นด้วยรู้สึกว่าเธอจำเป็นต้องรู้
"หึ" เสียงทุ้มที่หัวเราะในลำคอทำให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมอง แล้วจากนั้นเขาก็ระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดังกังวานไปทั่วห้อง
อะไร...นายนี่มันเป็นบ้าอะไร?
เธอมองเขาอย่างงงงวยปนหวาดหวั่น เพราะแม้จะหัวเราะอย่างหนักแต่เขากลับไม่มีน้ำตาเล็ดออกมาเลยแม้แต่น้อย ท่าทางขี้เล่นแบบที่ควรจะมีก็ไม่มี มีเพียงท่าทางที่ยืนกอดอกนิ่งเท่านั้น
"ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น" ปีศาจหนุ่มหยุดหัวเราะแล้ว "ถ้าเจ้าอยากรู้ข้าก็จะสงเคราะห์ให้"
เพราะเจ้าก็คงได้หายใจอีกไม่นาน
"รู้จักซัคคิวบัสไหม"
ซัคคิวบัส...
มินาโกะทวนคำในหัวก่อนจะนึกอะไรบางอย่างออก
"ปีศาจสาวที่..." เธอลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคออย่างยากลำบากพลางพยายามเลือกสรรคำพูด "ที่...เข้าฝันเพื่อไปมีอะไรกับผู้ชายจน..." เธอเว้นช่วงแล้วสูดหายใจลึกยาว
"จนบางคนเป็นบ้า...หรืออาจไม่ตื่นขึ้นอีกเลย" พูดจบเธอก็จ้องเขม็งไปยังดวงตาสีรัตติกาล
"หืม...ก็รู้นี่" คิ้วหนาเลิกขึ้นพร้อมกับดวงตาดำขลับที่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างประหลาดใจ "อินคิวบัสก็เหมือนกับซัคคิวบัสแต่เป็นเพศชาย"
เมื่อจับใจความได้ พลันชีพจรของหญิงสาวก็เต้นโครมครามด้วยความโกรธ
"นี่นาย!" เธอเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน "อย่าบอกนะว่านาย...เข้าฝันพวกเธอ!?"
ปีศาจหนุ่มถอนหายใจเล็กน้อยด้วยความผิดหวังเมื่อเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าทำท่าทางเหมือนกลับไปเป็นคนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยอีกครั้ง
เจ้ามนุษย์ผู้หญิงนี่นะ ฉลาดแป๊บเดียวก็กลับไปโง่ซะแล้ว
"ข้าไม่ใช่อินคิวบัสแท้" เขามองเธอที่ยังคงมีสีหน้างุนงง "ข้าเข้าฝันไม่ได้ ข้าเลยต้อง..."
กล่าวแล้วจึงยื่นมือข้างหนึ่งมาด้านหน้า
"สนุกกับชีวิตจริง" ขาดคำ เขาก็ค่อยๆกำมือเข้าหากันราวกับกำลังบีบลูกไก่ที่อยู่ในกำมือให้แหลกเละ
หญิงสาวนิ่งอึ้ง นี่เป็นคำตอบที่เธอไม่คาดคิดมาก่อน...สมองกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว จนท้ายที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่าปีศาจหนุ่มลูกครึ่งหมาป่าและอินคิวบัสตรงหน้านี้ไม่สมควรได้รับการให้อภัย...
ไม่สมควรได้รับการให้อภัย
คำนั้นวนเวียนในหัวของเธอราวกับตอกย้ำความคิดนั้น และแล้วจากความตกใจก็แปรเปลี่ยนมาเป็นความโกรธ มือของเธอสั่นเทาด้วยอารมณ์คุกรุ่นที่ปะทุขึ้นมาจากภายใน ภาพของเหล่าหญิงสาวที่เสมือนตายทั้งเป็นผุดขึ้นมาในหัว
"นายมัน!" เธอกำหมัดแน่นแล้วจึงพุ่งลงจากเตียงหินไปยังปีศาจหนุ่ม หญิงสาวเงื้อหมัดหมายจะตั๊นท์หน้าหล่อเหลาอันขัดกับจิตใจที่แสนหยาบช้านั่น ทว่าข้อมือนั้นกลับถูกคว้าไว้ เขาจับมือบางไพล่หลังและดึงเธอมาแนบชิด แผ่นหลังบางกระแทกเข้ากับแผงอกแกร่งเปลือยเปล่า
...ร้อน...
ไอร้อนจากร่างเขาส่งผ่านมาถึงเธออย่างรวดเร็ว ทว่าหญิงสาวยังไม่ยอมแพ้ เธอใช้แขนอีกข้างที่ว่างแทงศอกไปด้านหลังเต็มแรง แล้วก็ต้องพบกับมือหนาที่ยึดท่อนแขนนั้นไว้อย่างง่ายดายและจับไพล่หลังมาผสมโรงกับมืออีกข้าง หญิงสาวยังคงพยายามดิ้นรนออกจากข้อมือแกร่งทว่าไม่เป็นผล...ซ้ำร้าย จู่ๆปีศาจหนุ่มก็โอบร่างเธอด้วยปีกสีมืดขนาดมหึมา ส่งผลให้ความร้อนแผ่กระจายมาถึงเธอเร็วขึ้น เม็ดเหงื่อเริ่มผุดทั่วเรือนร่างบางพร้อมๆกับอาการวิงเวียนและความรู้สึกปั่นป่วนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...เธอรู้สึกอะไรบางอย่าง...รู้สึก...อยากสัมผัสกับปีกนี้
พลันมือทุ้มที่ค่อยๆคลายออกก็เรียกสติของเธอกลับมาได้ หญิงสาวรีบสะบัดตัวออกจากการจับกุม เธอหอบหายใจพลางมองไปยังปีศาจหนุ่ม
เกือบไปแล้ว
หญิงสาวคิดพลางไม่แน่ใจเท่าไรนักว่าเกือบไปแล้วที่ว่านั่นคืออะไร แต่แค่เพียงระยะเวลาชั่วครู่นั้น เธอก็รู้สึกราวกับร่างทั้งร่างของตนลอยไปอยู่ในที่แสนไกล...ลุ่มหลงไปกับความร้อนที่มีเสน่ห์อย่างประหลาด...อาการวิงเวียนที่ชวนให้มึนเมานั่น แล้วยังมีความรู้สึกไม่คุ้นเคยบางอย่างปะทุขึ้นมาในใจราวกับเป็นประกายไฟขนาดย่อม
ท่าจะไม่ดีแล้ว
เธอคิดพลางหาทางหนีทีไล่และมองโดยรอบอย่างรวดเร็ว แล้วจึงตัดสินใจทะยานออกไปทางโพรงประตูทันที
ทว่าก้าวออกไปเพียงไม่กี่ก้าว หมาป่าฝูงหนึ่งที่ประมาณคร่าวๆก็น่าจะเกินยี่สิบตัวก็เข้ามาปิดล้อมเธอไว้ทุกทาง...หญิงสาวค่อยๆถอยหลังกลับเข้าไปจนอยู่ในห้อง...ในสายตาของปีศาจหนุ่มตามเดิม
"จะดิ้นรนไปทำไม ยังไงเจ้าก็หนีไม่รอดอยู่ดี" ดวงตาสีดำขลับส่อแววไม่เข้าใจปนระอา
มินาโกะตัดสินใจวิ่งกลับเข้าไปทางเดินที่ลึกยาวด้านในที่เธอไปสำรวจก่อนหน้า เพราะหญิงสาวเองก็ยังไม่เห็นผนังห้องอีกทาง ไม่แน่มันอาจจะมีประตูเชื่อมไปห้องอื่นด้วยก็ได้...ทว่าไม่ทันไรเสียงกระพือปีกขนาดใหญ่ที่หอบลมแรงมาด้วยก็ไล่หลังมาและเอวบางก็ถูกคว้าไว้อีกครั้ง
"น่ารำคาญซะจริง!" ปีศาจหนุ่มยึดเอวเธอไว้อย่างนั้น "เจ้าทำบ้าอะไร!?"
"นายจับฉันมาทำไม!?" เธอไม่คิดจะตอบคำถามเขา ดวงตากลมโตสีน้ำเงินจ้องกลับอย่างไม่เกรงกลัว
ปีศาจหนุ่มมองอากัปกิริยานั้น
"เจ้า..."
พลันเขาก็หยุดพูดไปและได้แต่จับจ้องไปยังดวงตาที่ฉายแววคมกล้าแสนสวยงามตรงหน้า
ข้า...เคยเห็นแววตาเช่นนี้มาก่อน
เขามั่นใจว่าเคยเห็น ทว่านึกอย่างไรก็นึกไม่ออกเสียที
ใครกัน...เจ้าเป็นใครกันแน่?
"จับฉันมาทำไม!?" เธอโพล่งขึ้นอีกครั้ง ซึ่งนั่นก็เพียงพอแล้วที่จะหยุดคำถามมากมายในหัวเขา
"ข้าจะบอกเจ้าให้ก็ได้" เสียงทุ้มตอบราบเรียบ "แต่เป็นหลังจากที่เจ้าตื่น"
ขาดคำ คิ้วเรียวสวยก็ขมวดเข้าหากัน ทว่าไม่ทันไรสัมผัสนุ่มอุ่นก็ประทับลงบนเรียวปากบาง ดวงตาของหญิงสาวเบิกโพลง แล้วในจังหวะนั้นเองที่ดวงตาสีรัตติกาลของอีกฝ่ายแปรเปลี่ยนไปเป็นสีเขียวเจิดจ้า...ทันใดนั้นความร้อนจากมือแกร่งที่โอบรัดเอวเธอก็ค่อยๆหายไป เธอเริ่มไม่รับรู้สัมผัสที่บริเวณริมฝีปาก...หญิงสาวไม่อาจละสายตาจากดวงตาสุกสว่างนั้นได้ ทว่าต่อมาทุกอย่างก็ดำมืด...เธอจมดิ่งลงสู่ห้วงนิทราไปในที่สุด
A/N: นึกว่าสัปดาห์นี้จะไม่ได้อัพตอนใหม่ซะแล้ว .." เพราะวันนี้กลับจากทำงานมา เปิดคอมพ์แล้วจอดำค่ะ! และเป็นอย่างนั้นอยู่เกือบสองชั่วโมงได้ สุดท้ายลองหาวิธีแก้ในเน็ต...ปิ๊ง! หายแล้ววว XD (ดีใจมาก! รีบสำรองไฟล์ด่วนๆ)
สำหรับตัวละครปีศาจหนุ่มลูกครึ่งนั่น แรกสุดโน่นเลยไรท์วางตัวไว้ให้เป็นมนุษย์หมาป่า แต่พอเขียนไปได้สักสิบตอนก็รู้สึกว่ามันไม่ตอบโจทย์เท่าไรก็เลยเปลี่ยนค่ะ...กลายเป็นตัวละครใหม่โดยจับอินคิวบัสมาผสมกับหมาป่าซะเลย จะได้เพิ่มดีกรีความเผ็ดและเซ็กซี่ได้หน่อย . ว่าแต่...ความร้อนนั่นคืออะไร? ทำไมปีศาจหนุ่มถึงคุ้นแววตาของมินาโกะ? แล้วพวกหนุ่มๆแวมไพร์วิ่งถึงไหนกันแล้ว...รอติดตามได้เลยนะคะ!
ป.ล. ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่กดเข้ามาอ่านนะคะ และขอบคุณผู้อ่านที่เข้ามาคอมเมนท์ให้กำลังใจอยู่เสมอ...ไรท์รู้สึกขอบคุณสุดใจและดีใจมากค่าาา XD
