คำเตือน: เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการเท่านั้น ขอผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน แยกแยะได้ด้วยตนเองว่าเรื่องแต่งก็คือเรื่องแต่ง ไม่ใช่เรื่องจริงในชีวิต และไม่ใช่สิ่งที่ควรเฝ้าฝันว่าจะเกิดขึ้นจริง

Disclaimer: I'm not the owner of "Sailor Moon" or "Diabolik Lovers"


บทที่ 35 รอยยิ้ม

ดวงตาสีม่วงอมแดงของเรย์จิหรี่ลงเล็กน้อยในขณะจับจ้องไปยังศัตรู ด้วยระยะขนาดนี้แม้จะไม่มีแว่นสายตา เขาก็ยังสามารถเห็นได้ว่าแววตาสีดำของอีกฝ่ายนั้นกำลังวูบไหวไปด้วยอารมณ์โกรธ

"ข้าถามว่า...เจ้าอยากจะลองดีกับข้าใช่ไหม!?" เสียงที่ปกติจะเรียบเฉยของปีศาจหนุ่มนั้นเริ่มแข็งกร้าวขึ้น

"อะไร?" เรย์จิทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าอีกฝ่ายกำลังพูดถึงเหล่ามนุษย์ผู้หญิงที่เขาเพิ่งจะปลดปล่อยไป "อยากทำอะไรก็ทำ อย่าเสียเวลาดีกว่าน่า" ขาดคำ ชายหนุ่มก็ยิ้มหยันเล็กน้อยและตั้งท่าเตรียมรับทุกการจู่โจม

ปีศาจหนุ่มจ้องแวมไพร์ผิวเผือกตรงหน้านิ่งอยู่เพียงครู่ ทันใดนั้นก็กระโจนเข้าใส่!?

เรย์จิเอี้ยวตัวหลบกรงเล็บหมาป่าได้ทันท่วงทีแล้วหมุนตัวฟาดท่อนขาอัดเต็มแรงเข้าที่หลังของผู้จู่โจม ส่งผลให้ปีศาจหนุ่มเซถลาไปข้างหน้าเล็กน้อย เรย์จิไม่ปล่อยโอกาสให้สูญเปล่า เขาหันกลับมาและรัวหมัดเข้าใส่แนวกระดูกสันหลังตรงกึ่งกลางระหว่างปีกคู่ยักษ์ แล้วปิดด้วยการฮุคเข้าที่ชายโครงจนอีกฝ่ายกระเด็นและไถลไปกับพื้นด้านข้าง

"ฉันไม่อ่อนเหมือนคนอื่นหรอกนะ" พูดจบ เรย์จิก็ส่งเสียงหึในลำคอก่อนจะเพิ่มระดับเสียง "ได้แค่นี้เหรอ...ไม่เท่าไหร่นี่หว่า" สายตาของเขาก็ดูถูกดูแคลนอีกฝ่ายไม่แพ้น้ำเสียง

พลันปีศาจหนุ่มก็ผลุงตัวขึ้นตีลังกากลับหลัง เมื่อตั้งหลักได้ก็ปรี่เข้าใส่ชายหนุ่ม เรย์จิเบี่ยงตัวหลบทันฉิวเฉียดก่อนที่เล็บแหลมคมจะจิกจ้วงลงไปในดวงตาคู่สวย และยังไม่ทันที่เขาจะหันกลับไป ฉับพลันเท้าหนาหนักของอีกฝ่ายก็ยันเข้าที่กลางแผ่นหลังของชายหนุ่มอย่างแรง

"กรี๊ด!" เหล่าหญิงสาวต่างหวีดร้องพลางถลาไปคนละทิศคนละทางเมื่อแวมไพร์หนุ่มที่ช่วยพวกตนเมื่อครู่ลอยหวือมากระแทกกับแนวรั้วเถาวัลย์เหนือศีรษะพวกเธอไปเพียงคืบ หญิงสาวส่วนหนึ่งนั้นเบิกตาโพลงมองชายหนุ่มอย่างเป็นห่วงระคนตกใจ ในขณะที่อีกจำนวนหนึ่งนั้นจับจ้องไปยังปีศาจหนุ่มผู้กักขังหน่วงเหนี่ยวพวกเธอมานานหลายปีดีดัก

"อั่ก!" เรย์จิกระอักเลือดออกมาเล็กน้อยในขณะที่ร่างค่อย ๆ ร่วงหล่นเข่าทรุดลงกับพื้น ใบหน้าที่มีเหงื่อผุดพราวไปทั่วนั้นยิ่งเผือดสีลงไปอีก ดวงตาสีม่วงอมแดงเงยขึ้นมองปีศาจหนุ่มผู้ซึ่งแสยะยิ้มและกำลังย่างสามขุมตรงมาทางเขา

"ถอยไป" ชายหนุ่มบอกหญิงสาวที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ พลางใช้มือดันหัวไหล่บางออกห่าง เธอเข้าใจได้ในทันทีจึงรีบหลบฉากออกไป...เรย์จิใช้หลังมือข้างหนึ่งปาดคราบเลือดที่มุมปาก แล้วจึงยันตัวลุกขึ้นพลางสูดลมหายใจเข้าออกลึกยาว จากนั้นก็กำหมัดแน่นและยกขึ้นมาตั้งการ์ด...เมื่อศัตรูอยู่ห่างออกไปเพียงระยะประมาณสามเมตร ทุกอย่างก็นิ่งสงบ...ทันใดนั้น ปีศาจหนุ่มก็โผบินขึ้นไปข้างบน เรย์จิแหงนหน้ามองตามทันที ฝ่ายนั้นหายไปอยู่ชั่วอึดใจแล้วจึงร่อนลงมาพร้อมหมุนตัวด้วยความเร็วที่ไม่สามารถประเมินด้วยสายตาได้ ชายหนุ่มเห็นท่าไม่ดีจึงรีบกระโดดม้วนตัวหลบไปอีกทางทันควันและรอฟังเสียงกระแทกอย่างรุนแรง ทว่ากลับไม่มีเสียงใด ๆ พอเขาหันกลับไปมองก็เห็นปีศาจหนุ่มที่กำลังจะร่อนลงหัวทิ่มพื้นนั้น หักทิศทางได้ในทันทีและพุ่งตรงมาหาเขาในแนวราบพลันใช้ท้องแขนเกี่ยวคอและลากร่างแวมไพร์หนุ่มให้ลอยขึ้นและขนานไปกับพื้น เพียงเวลาชั่ววินาที แผ่นหลังของชายหนุ่มก็รวดร้าวไปทั้งแถบเมื่อโดนเหวี่ยงเข้าใส่แนวกำแพงเถาวัลย์อีกครั้งพร้อม ๆ กันกับที่อีกฝ่ายคลายพันธนาการออก เรย์จิทรุดตัวลงและสำลักออกมาเป็นเลือดหย่อมนึง มือของชายหนุ่มเริ่มสั่นเทาเพราะความเจ็บปวดจากการถูกซ้ำแผลเดิม ดวงตาพลันพร่าเลือนแวบหนึ่งก่อนที่เขาจะสะบัดศีรษะอย่างแรงจนพอมองเห็นทัศนียภาพที่ชัดเจนเช่นเดิมอีกครั้ง

ยัง...มันยังไม่จบแค่นี้หรอก

เรย์จิคิดในขณะที่มีภาพของหญิงสาวผู้มีเรือนผมสีทองยาวสลวยปรากฏขึ้นในใจ

ถ้าผ่านตรงนี้ไปไม่ได้...ก็คงไม่ได้เจอเธออีก

เขาขบกรามเล็กน้อยก่อนจะยันตัวเองขึ้น แล้วจึงสะบัดมือและเท้าทั้งสองข้างสลับไปมาพลางบิดคอเล็กน้อย จากนั้นจึงตั้งการ์ดขึ้นอีกครั้ง ดวงตาสีม่วงอมแดงจ้องเขม็งไปยังอีกฝ่ายผู้ซึ่งกำลังยักคิ้วข้างหนึ่งให้อย่างท้าทาย พลันแววตาคู่สวยก็มีประกายวาวโรจน์ก่อนจะเป็นฝ่ายบุกเข้าไปเอง!

ทันทีที่เรย์จิประชิดตัวได้ เขาก็เงื้อหมัดเข้าใส่ใบหน้าคมของปีศาจหนุ่ม ทว่าพลาด พลันอีกฝ่ายก็ใช้ช่องโหว่นี้กรีดกรงเล็บหมาป่าลงกลางหลังชายหนุ่มจนร้องเสียงหลง เลือดสีสดกระเซ็นออกมาเป็นแนวยาวจากรอยกรีดลึกนั้น แต่เรย์จิยังไม่ยอมแพ้ เขาหมุนตัวกลับมาและเกี่ยวขาเข้าที่ลำคอของศัตรูจนทำให้ล้มลงไปกองกับพื้นได้! จากนั้นก็ง้างเขี้ยวคมแล้วฝังลงไปที่ต้นคอของอีกฝ่ายทันที ทว่าไม่ทันไร ปีศาจหนุ่มก็สะบัดร่างออกจากคมเขี้ยวนั้นได้พร้อม ๆ กับที่กระโดดถอยออกไปตั้งหลักเพียงเล็กน้อยพลางมองไปยังแวมไพร์ที่ยังตั้งตัวไม่ติด ดวงตาเรียวยาวสีดำเบิกกว้างขึ้นและมีประกายแวววาวเจืออยู่ในนั้นมากกว่าปกติ เขาจับจ้องทุกอิริยาบถของเรย์จิและรออย่างมาดหมาย

ท่อนขาแกร่งของเรย์จิที่ยันตัวเองขึ้นอีกครั้งนั้นเริ่มสั่นเทา อีกทั้งยังรู้สึกวิงเวียนเล็กน้อยพร้อมกันกับที่เรี่ยวแรงเริ่มหดหายไปเรื่อย ๆ ซึ่งนั่นก็ไม่น่าแปลกใจเลยเพราะของเหลวสีแดงเข้มยังคงไหลออกมาจากรอยกรีดลึกที่แผ่นหลังอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด...ทันทีที่ชายหนุ่มทรงตัวได้ เขาก็เงยไปมองด้านหน้าพลันสบกับดวงตาสีดำขลับที่จับจ้องรอเขาอยู่แล้ว ทันใดนั้น ร่างทั้งร่างก็เริ่มไร้ความรู้สึก ราวกับจู่ ๆ ก็มีอาการชาที่แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูร่างกาย ในขณะที่สติของเขาก็เริ่มไม่อยู่กับตัว เหมือนกับว่าอะไรบางอย่างกำลังพยายามกระชากสติสัมปชัญญะของเขาออกไปจากร่าง

มันอะไรวะเนี่ย!?

เรย์จิสะบัดศีรษะอย่างแรง ทว่าในครั้งนี้มันกลับไม่ได้ผล...แล้วเขาก็ยังไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงละสายตาออกจากดวงตาสีดำขลับนั้นไม่ได้...ในระหว่างที่ไม่สามารถถอนสายตาออกจากตรงนั้นได้ เขาก็เห็นว่าดวงหน้าคมของศัตรูเริ่มแสยะยิ้มราวกับกำลังสะใจกับอะไรบางอย่าง...เรย์จิขมวดคิ้วอย่างเสียมิได้ เขารู้สึกคุ้น ๆ กับเหตุการณ์ลักษณะนี้อย่างบอกไม่ถูก มันเหมือนว่าเขาเคยได้ฟังเรื่องราวเช่นนี้มาก่อน...ในระหว่างที่ยังขบคิดอยู่นั้น ชายหนุ่มไม่รู้ตัวเลยว่าเข่าทั้งสองข้างของตนทรุดลงกับพื้นไปแล้ว

เรย์จิมองอีกฝ่ายที่กำลังเดินเข้ามาหาเขาอย่างสบายอารมณ์...เพียงแค่อึดใจเดียว ปีศาจหนุ่มก็เข้าถึงตัวเขาแล้วใช้มือหนาจิกรวงผมสีเข้มแล้วยกชายหนุ่มขึ้นจนลอยสูงเหนือพื้น

"ฝีมือไม่เลว" ดวงตาสีดำมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย "เจ้า...สนใจมาอยู่กับข้าไหม"

เมื่อปีศาจหนุ่มเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบอะไร เขาก็ไม่ได้แปลกใจเท่าไรนัก เพราะคนที่กึ่ง ๆ จะตกอยู่ในภวังค์เช่นนี้จะโต้ตอบได้ช้ากว่าคนปกติทั่วไป

เจ้านี่มันเก่งกว่าที่ข้าคิด...เพราะมันเป็นแวมไพร์?

ปีศาจหนุ่มทบทวนเรื่องราวในหัว เขาจำได้ว่าตอนที่บุกไปยังคฤหาสน์ซาคามากินั้น ตนก็ใช้ 'ดวงตาภวังค์' คู่นี้ทำให้อโฟรไดท์หยุดต่อต้าน แล้วจึงรวบตัวเธอและพาออกไปจากคฤหาสน์ได้อย่างง่ายดาย...เมื่อคิดถึงตอนนั้น คิ้วเรียวก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

มันคงจะง่ายกว่านี้ถ้าไม่เจอเจ้าบ้านั่นซะก่อน...มันบ้าจริง ๆ นะนั่น

เขาคิดถึงซูบารุ...แวมไพร์หนุ่มผู้มีรวงผมสีเงินที่ตะโกนโหวกเหวกอย่างบ้าคลั่งพลางพยายามดึงสติของหญิงสาว แล้วก็กระโจนออกนอกหน้าต่างตามเธอและเขามาทันทีโดยไม่ลังเล

แต่กับเจ้านี่มันไม่เหมือนกัน

ดวงตาสีดำปรายตามองแวมไพร์หนุ่มตรงหน้าผู้ซึ่งยังไม่ตอบอะไรอีกครั้ง

น่าจะใช้มันทำอะไรอย่างอื่นได้อีก

"เอ้า ว่าไง" ปีศาจหนุ่มย้ำคำถามอีกครั้งพลางขยุ้มเรือนผมสีเข้มของอีกฝ่ายเล็กน้อย "ข้ารู้ว่าเจ้าชอบนาง"

ขาดคำของลูกครึ่งปีศาจ ดวงตาของเรย์จิก็เหลือบไปเห็นมินาโกะในชุดเสื้อยืดสีดำแขนสั้นเดินมาจากข้างหน้าไกลลิบ แล้วมาคล้องแขนเข้ากับปีศาจหนุ่ม

"ตอนนี้นางก็เป็นของข้าแล้ว...เจ้าจะมาร่วมกับข้าไหมล่ะ" น้ำเสียงนั้นราบเรียบค่อนไปทางดุดัน แต่น่าแปลก...ที่เรย์จิกลับรู้สึกว่ามันน่าฟังเสียเหลือเกิน

"ฉัน..." ดวงตาสีม่วงอมแดงจับจ้องไปยังหญิงสาวตรงหน้า

"หืม...ว่าไง?" พูดจบ ปีศาจหนุ่มก็หันไปพรมจูบที่พวงแก้มระเรื่อของหญิงสาว

"...ฉัน..." เรย์จิรู้สึกว่าข้อเสนอนั้นมันช่างเย้ายวนใจเกินกว่าที่ควรจะเป็น เหมือนจิตใต้สำนึกของเขาจะรู้ว่ามันฟังดูไร้สาระ แต่ความคิดอีกส่วนหนึ่งนั้นเสมือนกำลังถูกชักนำให้ตอบรับข้อเสนอนั้น...พลันเขาก็เห็นหญิงสาวหัวเราะคิกคักในขณะที่บดเบียดเรือนร่างเข้ากับแขนข้างที่ว่างของปีศาจหนุ่ม ภาพนั้นทำให้ดวงตาสีม่วงอมแดงเบิกกว้างขึ้นกะทันหัน

ไม่...ไม่ใช่แล้ว

สมองของเขากำลังร้องเตือนว่าสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเป็น

มันมีอะไรบางอย่างผิดเพี้ยนไป

เขาจับจ้องไปที่หญิงสาวอย่างไม่วางตา...ยิ่งมองเธอนานเท่าไร ความรู้สึกรังเกียจอย่างประหลาดก็ยิ่งปะทุขึ้นในใจ

ไม่ใช่

ชายหนุ่มสำรวจอากัปกิริยาของมินาโกะคนนี้ เธอดูกระดี๊กระด๊ากับผู้ชายมากจนเกินไป...แล้วยิ่งไปกว่านั้น กับ 'ปีศาจหนุ่ม' คนนี้น่ะหรือ?

ไม่...นี่ไม่ใช่เธอ

"เธอไม่ใช่คนแบบนี้" นี่คือคำพูดแรกที่เรย์จิเปล่งออกมาในช่วงหลายนาทีนี้

ปีศาจหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยและไม่พูดอะไร ราวกับกำลังรอฟังสิ่งที่อีกฝ่ายจะพูดต่อไป

"นี่ไม่ใช่เรื่องจริง!" เสียงของเขาแข็งกร้าวขึ้น "ฉันไม่รับข้อเสนอของคนอย่างแก!" พลันเรย์จิก็รวบรวมเรี่ยวแรง ยกขาขึ้นและยันเข้าที่กลางลิ้นปี่ปีศาจหนุ่มเต็มแรง! มือหนาคลายออกจากกรวงผมเขาทันที เรย์จิที่ร่วงลงมาข้างล่างก็ย่อตัวลงเล็กน้อยพลางรับแรงกระแทก ใบหน้าของเขาเหยเก ซึ่งแม้ความสูงที่เขาตกลงมาจะน้อยนิด แต่เพราะบาดแผลลึกกลางหลังที่มีอยู่จึงทำให้สภาพร่างกายของเขาต้องแบกรับความเจ็บปวดเกินปกติ

"อ๊าก!" เสียงร้องโหยหวนของปีศาจหนุ่มทำให้เรย์จิหันไปมองทันที และภาพที่เห็นก็ยังความตกใจให้เขายิ่งนัก เมื่อปีศาจหนุ่มใช้มือกุมดวงตาเอาไว้ โดยมีของเหลวสีดำไหลออกมาจากบริเวณหางตาทั้งสองข้าง

"เจ้า!" ปีศาจหนุ่มชี้มาทางเขาและมองด้วยแววตาดำสนิท "เจ้าทำลายภาพมายาข้าด้วยตัวเองได้ไงกัน!?"

"หึ" เรย์จิเดินโซซัดโซเซไปทางศัตรู "ไม่เห็นจะยาก"

เพราะเธอไม่ใช่คนแบบนี้...และ...

เขานึกถึงลักษณะรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และดูหว่านเสน่ห์ไปในคราวเดียวกันของมินาโกะที่เขาเพิ่งเห็นเมื่อครู่

เธอไม่ยิ้มแบบนั้น

พลันภาพของหญิงสาวที่ยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับซูบารุที่ปากถ้ำก็แวบขึ้นมาในหัว...ยิ้มนั้นช่างสวยงาม และเป็นรอยยิ้มที่เขาปรารถนาจะได้รับมันสักครั้งหนึ่งก็ยังดี...แค่ครั้งเดียวก็พอ...

"เจ้า!" น้ำเสียงที่เกรี้ยวกราดยิ่งกว่าเดิมของปีศาจหนุ่ม ดึงสติของเขาให้กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง "เจ้าต้องชดใช้!"

ทันใดนั้น ปีศาจหนุ่มก็ทะยานเข้ามาอย่างว่องไวยิ่งกว่าครั้งไหน เขาสีดำแหลมคมตรงศีรษะนั้นพุ่งตรงเข้ามาใกล้ชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว...

ฉึก!

รู้ตัวอีกที คมแหลมของเขาทั้งสองก็ทิ่มแทงลึกเข้าไปในร่างของแวมไพร์ ข้างหนึ่งนั้นแทงเข้าไปยังลิ้นปี่ ส่วนอีกข้าง...ปักตรงบริเวณหัวใจพอดิบพอดี

เรย์จิลมหายใจขาดห้วงไปเล็กน้อย ดวงตาสีม่วงอมแดงเบิกโพลงในขณะที่ก้มมองดูสถานการณ์...และยังไม่ทันเรียบเรียงความคิดได้ทัน ผู้จู่โจมก็ถอนเขาทั้งสองออกจากร่าง พลันหยาดเลือดสีแดงเข้มก็สาดกระเซ็นออกมาจากบาดแผลเป็นรูกลวงทั้งสองจุด พร้อม ๆ กันกับที่ชายหนุ่มทรุดลงกับพื้นและนอนคว่ำทั้ง ๆ อย่างนั้น

เรย์จิรู้สึกถึงของเหลวที่ไหลรวมไปยังจุดเดียวและกำลังถ่ายเทออกจากร่างกาย มือทั้งสองข้างที่แนบไปกับพื้นนั้นรู้สึกชาและเย็นเยียบขึ้นมากะทันหัน

ฉัน...นี่ฉัน...กำลังจะตายงั้นเหรอ?

พลันความเจ็บปวดก็ถาโถมเข้าใส่ราวกับถูกลูกธนูหลายร้อยหลายพันดอกพุ่งเข้ามายังจุดเดียว ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความทรมานก่อนจะกระอักเลือดออกมา

"สาสมแล้ว" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น ดวงตาสีดำสนิทที่ยังคงมีของเหลวสีเดียวกันไหลเป็นทางจนอาบแก้มนั้น จับจ้องไปที่แวมไพร์หนุ่มผู้กองอยู่แทบเท้า "ข้าจะช่วยให้เจ้าไม่ต้องทรมานอีกต่อไป" พูดจบ ปีศาจหนุ่มก็ยกขาขึ้นมาเหนือศีรษะของอีกฝ่ายที่ไม่สามารถต่อต้านอะไรได้อีก ดวงตาดำวาววับอย่างมาดหมาย

"Crescent Beam!"

เสียงนั้นดึงความสนใจของเขาได้ทันที ปีศาจหนุ่มหันไปทางต้นเสียงแล้วก็พบกับลำแสงสีทองที่กำลังพุ่งมาทางตน เขาหงายตัวหลบไปด้านหลังได้อย่างหวุดหวิดก่อนที่แสงนั้นจะเจาะขมับเขาจนกลวงโบ๋ จากนั้นจึงหันไปทางเดิมอีกครั้ง

"อโฟรไดท์" ปีศาจหนุ่มเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันเมื่อเห็นว่าหญิงสาวผู้ที่ต่อกรกับเขาเมื่อครู่นั้น บัดนี้ดูจะมีรังสีของพลังที่แข็งแกร่งบางอย่างแผ่ออกมารอบตัวอย่างเห็นได้ชัด

เซเลอร์วีนัสมองไปยังชายหนุ่มผู้นอนคว่ำอยู่กับพื้น ดวงตาสีน้ำเงินสวยหรี่ลงเล็กน้อยอย่างพยายามเพ่งมอง

นั่นมัน...

หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

"เรย์จิ!?" ดวงตากลมโตเบิกโพลงเมื่อตระหนักถึงสภาพร่อแร่ของแวมไพร์หนุ่ม "นายทำอะไรเขา!?" กล่าวจบเธอก็วิ่งตรงไปทางนั้น ทว่าปีศาจหนุ่มก็มาขวางทางเข้าซะก่อน

"หลีกไป!" หญิงสาวคว้าหมับเข้าที่สายโซ่คล้องเอวแล้วกระชากมันออกมาตวัดใส่ศัตรูตรงหน้าอย่างไม่ลังเล

"โอ๊ะ!" เขาเบี่ยงตัวหลบทัน "มันอันตรายนะสาวน้อย" ขาดคำ ปีศาจหนุ่มก็เงื้อกรงเล็บขึ้นหมายจะทึ้งและฉีกกระชากผิวนวลออกเป็นชิ้น ๆ ทว่าเซเลอร์วีนัสไวกว่า เธอม้วนตัวหลบไปด้านข้างแล้วจึงลุกขึ้นมาตั้งหลักพร้อม ๆ กับดึงสายโซ่นั้นให้ตึงด้วยสองมือ ดวงตาสีน้ำเงินสวยเหลือบมองไปยังแวมไพร์หนุ่มผู้นอนพังพาบอยู่เบื้องหน้าเยื้องไปไม่ไกลนัก

อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะเรย์จิ

คิดพลางเตรียมตั้งรับทุกการโจมตีของอีกฝ่าย


เมื่อกี้...เสียงเธอหรือเปล่า

เรย์จิคิด...เขารู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหวานคุ้นหูเรียกชื่อตน ชายหนุ่มพยายามจะลืมตาขึ้นมาแต่หนังตาช่างหนักเหลือเกิน

แล้วนั่นเสียงอะไร

เขาได้ยินเสียงเหมือนเส้นโลหะบางอย่างกระทบพื้นเสียงดัง...แล้วจึงพยายามลืมตาขึ้นอีกรอบ ทว่าเปลือกตาก็ยังคงปิดสนิท

"อย่าหวังว่าฉันจะยอมให้นายประชิดตัวฉันได้...Crescent Beam!"

นั่นมัน...เสียงเธอจริง ๆ ด้วย

ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างโฉบเหนือศีรษะไปไม่ไกลนัก มันเร็วมากขนาดที่ทำให้สายลมวูบไหวจนเขารู้สึกได้

...อยากเห็นจัง...

เปลือกตาที่หนาหนักเริ่มขยับเล็กน้อย...ความเจ็บปวดจากบริเวณลิ้นปี่และหลังมันหายไปตั้งแต่เมื่อไรเขาก็ไม่ทันสังเกต...ในตอนนี้ชายหนุ่มไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดใด ๆ เลยแม้แต่นิด ราวกับว่าเขาไม่เคยบาดเจ็บเลยด้วยซ้ำ

"อ๊าก! ...อโฟรไดท์...เจ้า!"

เสียงทุ้มคุ้นหูนั้นยิ่งส่งผลให้เขาต้องพยายามลืมตาขึ้นให้ได้

เธอ...กำลังสู้กับมัน

ใบหน้าของปีศาจหนุ่มแวบเข้ามาในหัวพร้อม ๆ กันกับภาพที่ชายหนุ่มเห็นเป็นครั้งสุดท้ายว่าเขาทั้งสองข้างของลูกครึ่งปีศาจแทงสวบเข้าไปในกาย...ทันใดนั้น ดวงตาสีม่วงอมแดงก็ปรือขึ้นเล็กน้อยได้สำเร็จพลางปรับสายตาอยู่ครู่หนึ่ง ชายหนุ่มไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้เลย มันหนักอึ้งราวกับหินผาก็ไม่ปาน เขาจึงทำได้เพียงเคลื่อนสายตาไปตามทิศทางต่าง ๆ เท่าที่จะพอมองเห็นจากท่านอนคว่ำศีรษะหันไปด้านข้าง เพียงไม่นาน หญิงสาวผู้มีรวงผมสีทองสุกสว่างก็ปรากฏขึ้นในสายตาของเขา เธอกำลังต่อสู้อยู่...

...มินาโกะ...


อึดชะมัด!

เซเลอร์วีนัสหอบแฮ่กในขณะที่มือยังคงกำโซ่โลหะเอาไว้ พลันอีกฝ่ายก็ถลาเข้าใส่เธออีกครั้ง

"Venus Love Me Chain!" พลังเปลวแสงที่หล่อหลอมเป็นรูปหัวใจสีทองก็ไหลออกมาเป็นสายจากฝ่ามือข้างหนึ่งของหญิงสาวแล้วพุ่งเข้าไปที่กลางหน้าผากปีศาจหนุ่ม ส่งผลให้อีกฝ่ายเสียหลักหงายหลังไป เธอไม่รอเช้า เข้าประชิดตัวศัตรูทันที มือข้างหนึ่งชี้นิ้วขึ้นฟ้า

จบกันสักทีนะ

"Crescent…" ลำแสงสีทองไหลมารวมเป็นวงอยู่ที่นิ้วชี้ ฉับพลันปีศาจหนุ่มก็กระเด้งตัวขึ้นมาและล็อกคอหญิงสาว จากนั้นก็ประทับฝ่ามือข้างหนึ่งเข้าที่ใบหน้าของเธอ

ไม่!

หญิงสาวได้แต่กรีดร้องในลำคอเมื่อมือหนานั้นทาบทับทุกอณูบนใบหน้าของเธอ...ความร้อนผ่าวเฉกเช่นเมื่อคราวนั้นไหลผ่านจากฝ่ามือเข้าสู่ร่างกายของหญิงสาว

มันจะไม่มีครั้งที่สอง!

เธอใช้มือข้างหนึ่งยึดข้อมือเขาไว้ แล้วใช้มืออีกข้างชี้นิ้วไปที่ใต้ข้อมือนั้น

Crescent…

เธอบริกรรมคาถาในใจอย่างไม่มั่นใจนัก แต่พอรู้สึกถึงไอร้อนที่มารวมตัวกันที่นิ้วก็มั่นใจมากขั้น

Beam!

ทันใดนั้นลำแสงสีเหลืองทองก็พุ่งเป็นแนวตรง เสยข้อมือของปีศาจหนุ่มทะลุขึ้นไปถึงปลายนิ้วจนเสียงทุ้มส่งเสียงร้องกังวานทั่ว! เซเลอร์วีนัสพลิกตัวออกมาจากจุดนั้นพลางหอบหายใจ แล้วจึงหันกลับไปมองศัตรูของเธอผู้กำลังกุมมือที่มีรูโบ๋เล็ก ๆ ของตัวเองอยู่ พลันบริเวณฝ่ามือนั้นก็มีไอควันบางอย่างปรากฏขึ้น...หญิงสาวจ้องไปยังกลุ่มควันขนาดย่อมนั้น มันค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นกลุ่มก้อนใหญ่...ทันใดนั้น ไอควันทั้งหมดก็พวยพุ่งขึ้นสู่ด้านบนท่ามกลางความตกใจของเซเลอร์วีนัส แล้วมันก็แหวกอากาศกลับลงมาข้างล่างพร้อม ๆ กับพุ่งเข้าไปในปากของหญิงสาว!? เธอล้มลงกับพื้นในขณะที่ยังรับควันกลุ่มนั้นเข้าไปในร่างกายอย่างไม่ทันตั้งตัวจนไอนั้นจางหายไปจนหมด หญิงสาวรู้สึกมึนงงและจับต้นชนปลายไม่ถูก ทว่าในเมื่อตอนนี้มันยังไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ เธอก็ต้องสู้กับปีศาจหนุ่มให้รู้ดำรู้แดงให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้! คิดได้ดังนั้นจึงหันกลับไปยังศัตรู ทว่าอีกฝ่ายกลับดูย่ำแย่กว่าเดิมจนน่าตกใจ เพราะเมื่อควันทั้งหมดจางหายไปจากการที่มันพุ่งเข้ามาในร่างกายหญิงสาวแล้ว มือของเขากลับกลายเป็นเสมือนชนวนจุดไฟ เพราะบัดนี้เปลวไฟวูบไหวมันลุกท่วมไปทั้งมือราวกับถูกไฟคลอกเฉพาะส่วนนั้น!?

นั่นมันอะไร...!?

เสียงร้องโหยหวนของปีศาจหนุ่มก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณ ในขณะเดียวกัน แนวกำแพงเถาวัลย์ก็ดูจะคลายสถานะจากของแข็งมาเป็นของเหลวกะทันหัน มันค่อย ๆ ละลายลงไปที่พื้นต่อหน้าต่อตาเซเลอร์วีนัส

"เจ้า..." ดวงตาเรียวยาวสีดำเริ่มมีไอร้อนแผ่ซ่านออกมาโดยรอบ "ข้าจะกลับมาฆ่าเจ้า!" ขาดคำ ปีศาจหนุ่มก็โผบินขึ้นฟ้าแล้วแหวกแนวรั้วที่กำลังละลายอยู่อย่างง่ายดายท่ามกลางความงุนงงของหญิงสาว

เมื่อกี้มันอะไร...

เธอมองไปโดยรอบอย่างไม่แน่ใจ

แล้วควันนั่น...มันเข้ามาในตัวฉัน...

แม้จะยังรู้สึกกังวล แต่เซเลอร์วีนัสก็ยังจำได้ว่าอะไรที่สำคัญที่สุดในตอนนี้...เธอหันกลับแล้ววิ่งไปทางเรย์จิที่นอนกองอยู่กับพื้นพลันต้องตกใจเมื่อเห็นสภาพของเขาอย่างใกล้ชิด...แผ่นหลังเต็มไปด้วยรอยกรีดลึกเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดทั่วบริเวณ...หญิงสาวนั่งลงแล้วค่อย ๆ พลิกตัวเขามาให้นอนหนุนตักตัวเอง ทันใดนั้นเธอก็แทบหยุดหายใจเมื่อเห็นว่ามีรอยกลวงโบ๋สองรอยอยู่บนแผ่นอกเขา ซึ่งแม้มันจะยังไม่ทะลุไปถึงข้างหลังแต่ก็ลึกมากทีเดียว และที่สำคัญคือ...หนึ่งในสองรอยนั้นเจาะผ่ากลางหัวใจของเขาพอดิบพอี

"...เรย์จิ..." เสียงของหญิงสาวสั่นเล็กน้อย ใจของเธอร่วงหล่นไปยังตาตุ่มเมื่อเห็นแผลฉกรรจ์นั้น

เรย์จิมองสาวสวยตรงหน้าด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งประกายใด ๆ ก่อนเอ่ย...

"เธอ..."

สู้เสร็จแล้วใช่ไหม...ปลอดภัยดีหรือเปล่า บาดเจ็บตรงไหนไหม

"...ว่าไง..." เธอเริ่มรู้สึกร้อนที่ดวงตาสีน้ำเงินสวย หญิงสาวเห็นเขาพยายามยกมือขึ้นมาหา เธอจึงจับมือของเขาเอาไว้พลางบีบเบา ๆ

"ตัวจริง...ใช่ไหม" เขาไม่แน่ใจเท่าไรนักว่าคนตรงหน้าตอนนี้เป็นตัวจริงหรือภาพลวงตา ซึ่งแม้หญิงสาวจะพยักหน้าแผ่วเบาให้เขา ชายหนุ่มก็ยังอดเคลือบแคลงใจไม่ได้อยู่ดี...แต่...ไม่ว่าเธอจะเป็นตัวจริงหรือไม่ เขาจะขอพูดทุกอย่างในตอนนี้ ด้วยรู้ตัวดีว่าเวลาของเขาคงเหลือไม่มากแล้ว...

"ขอโทษ"

สำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง

ชายหนุ่มนึกย้อนไปถึงช่วงแรก ๆ ที่เขาไม่เคยทำดีกับเธอเลย ทั้งพูดจาร้าย ๆ ใส่ ทั้งบีบบังคับ ทั้งฝืนใจเธอ...

"ไม่เป็นไรหรอก" อันที่จริง ถ้าถามว่าในตอนนั้นเธอโกรธและเกลียดเขาไหม...ใช่ เธอทั้งโกรธทั้งเกลียดเขา แต่ก็ต้องยอมรับว่าชายหนุ่มผู้นี้ก็มีมุมดี ๆ อยู่บ้าง อย่างในตอนนั้น ที่เขาเป็นคนดูแลเธอทั้งคืนหลังจากเพิ่งโดนซูบารุดูดเลือดมาอย่างหนัก

'แข็งใจไว้นะ' จริง ๆ ฉันอยากจะพูดคำนี้...แต่...

หญิงสาวคิดถึงความเป็นจริง ดวงตาสีน้ำเงินไล่มองสำรวจชายหนุ่มอีกครั้ง เธอรู้ดีว่าบาดแผลขนาดนี้นั้น ยากที่จะรักษาได้...เธอรู้ เพราะเคยอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้มาหลายต่อหลายครั้งแล้ว...

"ช่วย...ยะ..."

"อะไรนะ" เสียงของชายหนุ่มตรงหน้าดึงเธอออกมาจากภวังค์ หญิงสาวก้มลงเอียงหูเข้าไปใกล้เขามากขึ้น

"...ยิ้ม..." เสียงนั้นเริ่มแผ่วลงเล็กน้อย ก่อนจะสูดหายใจเข้าสั้น ๆ หลายครั้ง "ยิ้มให้ฉัน...ได้ไหม"

ช่วยยิ้มให้ฉันสักครั้ง

เสียงขาดห้วงนั้นกับคำพูดที่ไม่คาดคิด ทำให้น้ำใส ๆ ไหลรินออกมาจากดวงตากลมโตแทบจะพร้อม ๆ กันกับที่เธอพยักหน้า...หญิงสาวสบตาอีกฝ่าย แล้วจึงคลี่ยิ้มออกมาจากใจด้วยความรู้สึกขอบคุณ

เรย์จิมองรอยยิ้มนั้นนิ่ง มันช่างเป็นยิ้มที่งดงามมากเหลือเกิน...มากจนเขาอยากจะเก็บภาพนี้เอาไว้ในใจตลอดไป...ชายหนุ่มกระชับมือหญิงสาวเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มอย่างไร้เรี่ยวแรงให้เธอ

นั่นเป็นครั้งแรกที่มินาโกะเห็นรอยยิ้มบางเบาของเรย์จิ และเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอได้เห็นดวงตาสีม่วงอมแดงแสนสวย...ก่อนที่มันจะปิดสนิทไปตลอดกาล


A/N: ในที่สุด ภาคย่อย "หุบเขาลวงตา" ก็ดำเนินมาถึงตอนจบแล้วนะคะ (ในตอนหน้าจะกล่าวถึงเพียงเล็กน้อย) ผู้เขียนขออภัยท่านผู้อ่านที่มาอัปช้ามากและไม่ได้แจ้งในหน้านิยายนะคะ ด้วยเกรงว่ามันจะรกเกินไป (เพราะแจ้งบ่อย) จึงตัดสินใจแจ้งแค่ในหน้า Facebook Page เท่านั้น (สามารถกดไลค์เอาไว้เพื่อรับฟังข่าวสารต่าง ๆ ได้นะคะ XD) คิดเห็นอย่างไรอย่าลืมบอกกันบ้างนะ 3

ในตอนนี้...เรื่องก็ดำเนินเข้าไปใกล้จุดไคลแม็กซ์เข้าไปทุกทีแล้ว ผู้เขียนก็จะขอต่อสู้กับตัวเอง สู้กับงาน และสู้กับทุกปัญหาในชีวิตเพื่อที่จะเขียนไปให้ถึงจุดนั้นให้ได้นะคะ! ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ยังคงติดตามอยู่เสมอ ขอบคุณที่แวะเวียนมาให้กำลังใจกัน...หวังว่าพวกเราจะได้ร่วมเดินไปด้วยกันจนสุดทางนะคะ ขอบคุณมากค่ะ! :))